วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รายงานพิเศษ ภาพชุดการฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัทการบินไทย ในห้องปฎิบัติการจำลอง
เรื่องโดย กำแหงหาญ
ภาพโดย Happy Fender



....................................

สายการบินไทยให้บริการผู้โดยสารมากว่า 50 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติและสร้างรอยยิ้มให้แก่นักเดินทางทั่วโลกจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน... ทั้งนี้เพราะพนักงานในทุกภาคส่วนของบริษัทรุ่นแล้วรุ่นเล่า ต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้บริษัท จากที่เป็นเพียงสายการบินเล็กๆ ในระดับภูมิภาค กลายเป็นสายการบินยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ยืนอยู่ในตำแหน่งอันโดดเด่นไม่แพ้สายการบินอื่นใดในโลก...

กิจการใดจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ย่อมมาจากประสิทธิภาพของพนักงานเป็นลำดับแรก... ในส่วนของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยคุณวจนา พันธุ์มณี ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ได้ดำเนินการฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาหลักสูตรและวิธีการอบรมให้ทันสมัย ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการฝึก ทั้งนี้เพื่อให้ทันกับธุรกิจการบินซึ่งมีอัตราการแข่งขันสูง และมีความผกผันตามปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ตลอดเวลา

ตลอดปี พ.ศ 2554 ที่ผ่านมา กองฝึกอบรมบริการขั้นพื้นฐาน (BJ) ฝ่ายฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (BQ) ได้ดำเนินการฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นใหม่หลายต่อหลายรุ่น โดยมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ ซึ่งใช้เวลาในการฝึกอบรม 11 สัปดาห์ โดยผู้ให้การอบรมได้แก่คณะครูฝึกจากฝ่ายฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน รวมถึงวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในบริษัทการบินไทยและจากสถาบันภายนอก

ตลอดระยะเวลาการอบรม 11 สัปดาห์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะได้รับความรู้ด้านการให้บริการลูกค้า ทั้งส่วนงานบริการภาคพื้นและการให้บริการบนเครื่องบิน และได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย อันนำไปสู่การสร้างเสน่ห์ไทย (Thai Touch) ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของคนไทยที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน และที่สำคัญที่สุด นอกเหนือจากการอบรมด้านการบริการผู้โดยสารแล้ว พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จะได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในอากาศยาน ความรู้ด้านนิรภัยการบิน รวมไปถึงความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ฯลฯ ทั้งนี้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของฝ่ายฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งมุ่งมั่นผลิตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อสร้างความประทับใจและอบอุ่นใจให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ตามนโยบาย Safe and Warm ที่ฝ่ายบริหารได้กำหนดไว้
http://www.thaicabincrew.com/forums/viewforum.php?f=34
ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด การรับรู้ และตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม และภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อการท่องเที่ยว พร้อมมีการปฏิบัติเพื่อป้องกันรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยความรู้ ความเข้าใจ และวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสม

ถ้าหากจะยกคำสอนในพระพุทธศาสนามาใช้อ้างอิงในข้อนี้ ก็คิดว่าชาวพุทธส่วนใหญ่มักจะเคยได้ยินว่าการจะทำอะไรให้สำเร็จนั้น “ย่อมต้องมีใจมุ่งมั่น หรือมีใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน” เช่นเดียวกับกรณีนี้ หากใครที่มีหัวใจสีเขียว คือคนที่ใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม บุคคลผู้นั้นก็ย่อมคำนึงถึงผลกระทบของสิ่งที่ตนกระทำอยู่เสมอ และเขาก็จะหาหนทางในการลดผลกระทบ ทำทุกวิถีทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องอาศัยกฎเกณฑ์มาบังคับกะเกณฑ์

ทว่า เราจะทำอย่างไรให้คนมีใจสีเขียวได้อย่างไร คงต้องประกอบด้วย 3 ปัจจัย
1.ความรู้
2.ความเข้าใจ
3.เห็นความสำคัญ

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความแตกต่างของโรงแรมในแต่ละประเทศ

ความแตกต่างของโรงแรมในแต่ละประเทศ
เพื่อป้องกันการหน้าแตก มาดูกันว่า คุณจะเจออะไรบ้างเมื่อเข้าพักในโรงแรมของแต่ละประเทศ นักเดินทางที่ตระเวนไปมาแล้วรอบโลกทุกคนจะนั่งยันนอนยันกับคุณเลยว่าไม่มีโรงแรมไหนที่เหมือนกันไปหมดทุกอย่าง โรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศหนึ่ง อาจเทียบได้กับโรงแรมระดับ 3 ดาว (หรือต่ำกว่า) ในอีกประเทศ แม้โรงแรมจะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ความจริงแล้ว การออกแบบหรือตกแต่งรวมทั้งเครื่องใช้ในห้องพักของโรงแรมก็มักจะมาจากความเชื่อและธรรมเนียมท้องถิ่นเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณคาดหวังแบบผิดๆ เราจึงขอนำเสนอสิ่งที่คุณควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่าจะได้เจอจากโรงแรมในประเทศต่างๆ

ญี่ปุ่น

ดินแดนซามูไรแห่งนี้เป็นที่รู้กันมานานในเรื่องที่ดินราคาแพงหูฉี่ เพราะพื้นมีอยู่อย่างจำกัด เพราะฉะนั้น อย่าคาดหวังว่าห้องพักใน โรงแรมญี่ปุ่น จะกว้างขวางเหมือนบ้านเรา บอกได้เลยว่าที่ว่างตรงหัวนอนมีขนาดแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รูปร่างสูงใหญ่ นอกจากนี้ คุณควรระมัดระวังศีรษะให้ดีเพื่อจะไม่ไปฟาดกับขอบประตู-ขณะที่เดินเข้า-ออกห้องพักหรือห้องน้ำ การอาบน้ำในกรุงโตเกียวก็เป็นประสบการณ์ที่สุดแสนจะอึดอัด เพราะข้อศอกของคุณมีอันจะต้องได้ไปชนกับผนัง ชั้นวาง ฝักบัว และอื่นๆ เป็นประจำ ที่สำคัญ และควรระวังปุ่มกดชักโครกไว้ เนื่องจากในญี่ปุ่นใช้สุขภัณฑ์ชำระล้างแบบอัตโนมัติ เพราะงั้น ถ้าคุณยังไม่คุ้นเคยกับมัน ก็อาจจะมีอะไรให้ได้แปลกใจเล่นกันบ้างล่ะ

สำหรับเตียงนอนนั้นออกจะค่อนแข็งและเล็กกว่าเตียงทั่วไปในบ้านเรา เรียกว่าเป็นเตียงสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนหมอนก็มักจะบรรจุไว้ด้วยเมล็ดโซบะหรือเมล็ดบัควีท ซึ่งทั้งคู่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยหนุนรองคอคุณได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว สิ่งอื่นๆ ในโรงแรมก็จัดว่าว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนักงานของโรงแรมที่ญี่ปุ่นมีความสุภาพมากๆ และเต็มใจให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด


โรงแรมในญี่ปุ่นที่แนะนำให้ลองไปพัก:

โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกกันว่า “เรียวกัง” เช่น โรงแรม Yamatokan Ryokan ในชิสึโอกะ โดยแขกผู้เข้าพักจะต้องถอดรองเท้าออกและสวมรองเท้าแตะของโรงแรมแทน สำหรับห้องพักนั้น ก็ปูด้วยเสื่อทาทามิและมีฟูกแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า futons ไว้ให้ลูกค้านอน
โรงแรมแคปซูลที่ซึ่งคุณจะได้เอนกายพักผ่อนในห้องพักที่มีลักษณะเป็นแคปซูล แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เป็นโรคกลัวที่แคบ เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในรังผึ้งหรือรังมด แคปซูลแต่ละช่องก็มีโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์ และผ้าม่านที่ทำหน้าที่เหมือนประตู
ไทย
ชาวต่างชาติที่เดินทางมาพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองไทยจะรู้สึกได้เลยว่า ช่างเป็นอะไรที่คุ้มค่าเสียเหลือเกิน เนื่องจากแดนสยามของเรามีชื่อเสียงในเรื่องโรงแรมหรูชั้นยอดราคาไม่แพงซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายแห่ง เช่น โรงแรมแชงกรีลาและโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลในกรุงเทพ โรงแรมแชงกรีลาในเชียงใหม่ และโรงแรม เชอราตันในพัทยา เป็นต้น งานนี้คาดหวังไว้ได้เลยว่าลูกค้าจะได้รับการปฏิบัติราวกับราชา โดยตามปกติแล้ว โรงแรมจะมีน้ำผลไม้หรือชาไว้บริการที่โต๊ะต้อนรับ จัดวางดอกไม้ไว้บนเตียง รวมถึงเตรียมกระเช้าดอกไม้และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้รอท่า อย่างไรก็ตาม น้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกอาจจะปนสีเหลืองหรือสีน้ำตาลบ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะตามโรงแรมต่างจังหวัด (แต่ปลอดภัยต่อการใช้แน่นอน) นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับโรงแรมขนาดเล็กก็คือ ฝาผนังในห้องพักจะไม่มีฉนวนกันเสียง ส่งผลให้เกิดเสียงดังรบกวน ถ้าไม่ได้อาศัยอยู่ในชั้นสูงๆ แล้วล่ะก็ มีโอกาสมากที่จะได้ยินเสียงการจราจรและเสียงอึกทึกจากภายนอก ยังไม่ต้องพูดถึงเสียงในโรงแรมที่หนวกหูไม่แพ้กัน ดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะบอกเพื่อนหรือคนรู้จักชาวต่างประเทศที่จะมาเยือนเมืองไทยให้นำที่อุดหูติดไม้ติดมือมาด้วย ทิ้งท้ายอีกนิดว่า อย่ากระโดดพุ่งหลาวไปบนเตียง เนื่องจากเตียงของโรงแรมในไทยแข็งกว่าในประเทศอื่นๆ หากเผลอไผลกระโดดไป อาจลงท้ายด้วยการไม่หายใจก็เป็นได้

อิตาลี

โรงแรมในเมืองมักกะโรนีคล้ายกับที่ญี่ปุ่นตรงที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง เหตุผลก็เนื่องมาจากพื้นที่ซึ่งค่อนข้างจำกัด แถมสุขภัณฑ์ชำระล้างแบบอัตโนมัติก็ใช้กันอย่างแพร่หลายเหมือนกันอีกด้วย (ฉะนั้น ก่อนดื่มน้ำจากตู้น้ำ ดูให้ดีๆ ก่อนว่าใช่แน่รึเปล่า) โรงแรมส่วนใหญ่บริหารงานแบบครอบครัว จึงให้ความรู้สึกที่สงบเหมือนอยู่กับบ้าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณได้สัมผัสกับความสดชื่นที่แตกแต่งจากเครือโรงแรมในภูมิภาคอื่น แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ดูจะน้อยไปเสียหน่อย (ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส บาร์ และอื่นๆ) ขณะที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องพักอย่าง เครื่องชงชา/กาแฟ และเครื่องเป่าผมก็แทบจะไม่มีเอาซะเลย นอกจากนี้ เตรียมท้องร้องในยามเช้าไว้ด้วย เนื่องจาก โรงแรม อิตาลี ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมื้อเช้าสักเท่าไหร่นัก ท้ายที่สุด ถ้าคุณเดินทางไปกันแบบเป็นคู่ ท่องไว้ในใจเลยว่าต้องขอเตียงแบบดับเบิ้ล (letto matrimonial) เพราะปกติแล้วพวกเขาจะจัดเตียงแบบทวิน (letti separate) ไว้ให้เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับนักเดินทางที่มากัน 2 คน


โรงแรมในอิตาลีที่แนะนำให้-ลองไปพัก:

โรงแรมสไตล์ปราสาท โดยบางโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 เช่น โรงแรม Castello Della Castelluccia ในกรุงโรม คุณจะได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์อันยาวนานและสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่วิจิตรงดงาม ขณะนั่งจิบไวน์รสเลิศและเพลิดเพลินกับภาพพระอาทิตย์ตกดินอันตระการตา


อินเดีย
“แปลก มีเสน่ห์ และเก๋ไก๋” เหล่านี้คือคำที่เหมาะจะใช้จำกัดความห้องพักของโรงแรมในแดนภารตะ ยิ่งไปกว่านั้น อัตราค่าห้องพักก็ยังน่าดึงดูดใจแบบสุดๆ เพราะคุณสามารถเข้าพักในโรงแรมระดับ 4 หรือ 5 ดาวในอินเดียได้ในอัตราค่าห้องพักระดับโรงแรม 3 ดาวของประเทศอื่น โดยส่วนมากห้องจะมีขนาดกว้างขวางและตกแต่ง อย่างอลังการเพื่อสื่อถึงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมของชาวอินเดียท้องถิ่น นอกจากนี้ คุณยังจะได้พบกับห้องพักสไตล์โคเลเนี่ยลมากมาย (โดยเฉพาะในโรงแรมที่เก่าแก่สักหน่อย) เนื่องจากอินเดียเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน แต่ข้อควรระวังก็คือ อย่าดื่มน้ำจากก๊อกเด็ดขาด! เพราะเรื่องน้ำที่ไม่สะอาดเป็นปัญหาในอินเดียมาอย่างต่อเนื่อง

โรงแรมในอินเดียที่แนะนำให้ลองไปพัก:

โรงแรมสไตล์วัง มาดูกันว่าการได้พักอาศัยในแบบมหาราชาจะเป็นเช่นไร และชื่มชมไปกับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำลึก โรงแรมอย่าง Fateh Prakash Palace Hotel ในอุทัยปุระ หรือ The Raj Palace Hotel ในชัยปุระ ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับการสัมผัสกับประสบการณ์ในราชวัง

เกร็ดท่องเที่ยว: หลงทางในสนามบิน

เกร็ดท่องเที่ยว: หลงทางในสนามบิน
ปัจจุบัน จำนวนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเครื่องบินมีแต่จะสูงขึ้น เช่นเดียวกับสนามบินที่นับวันจะมีขนาดและความซับซ้อนที่มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ถ้าคุณเป็นคนประเภทเดียวกับเรา นั่นก็แปลว่า คุณชอบการไปเยือนสนามบินใหม่ๆ เช็คดูสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย และช็อปปิ้งในร้านปลอดภาษีหลายแห่ง แต่ขณะเดียวกัน นั่นก็หมายถึง คุณจะต้องลงจากเครื่องบินด้วยความง่วงหงาวหาวนอนหลังจากบินติดต่อกัน 13 ชั่วโมง แล้วมาวิ่งวุ่นขาแทบขวิดเป็นเวลาเกือบ 30 นาทีเพื่อหาว่าเที่ยวบินต่อไปอยู่ที่ไหน ก่อนจะพบว่าเครื่องบินจอดอยู่ที่อีกสุดฝั่งของสนามบิน

ถ้าไม่อยากเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น เรามีเคล็ดลับเด็ดๆ มาแนะนำให้คุณ.... เพียงแค่ตรวจเช็คข้อมูลเกี่ยวกับสนามบินก่อนที่จะเดินทางไปถึง นั่นจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและอุ่นใจไปได้มาก สายการบินบางแห่งจะนำเสนอเส้นทางของเที่ยวบินก่อนที่จะลงจอด ดังนั้น เปิดหูเปิดตาเอาไว้เพื่อจะได้รู้ว่าคุณควรไปต่อเครื่องบิน ที่ใด หรือถ้าให้ดียิ่งกว่า คุณควรเข้าไปที่เว็บไซต์ของสนามบิน พรินท์แผนที่ออกมา และเก็บรวมไว้กับเอกสารเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง

อโกด้าเผย 10 โรงแรมกอล์ฟชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อโกด้าเผย 10 โรงแรมกอล์ฟชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของวงการกอล์ฟ ซึ่งเป็นกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยจำนวนสนามกว่า 32,000 แห่งและนักกอล์ฟประมาณ 50 ล้านคน ประกอบกับลักษณะทางภูมิประเทศที่หลากหลาย พื้นที่อันกว้างขวาง และการต้อนรับขับสู้อย่างอบอุ่นตามแบบฉบับเอเชีย จึงเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมนักกอล์ฟทั่วโลกถึงสนใจเดินทางมายังภูมิภาคนี้

ทั้งนี้ อโกด้า บริษัทผู้เชี่ยวชาญการให้บริการสำรองห้องพักโรงแรมทางออนไลน์ในเอเชีย ได้เปิดเผยว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวนิยมสำรองห้องพักเพื่อเล่นกอล์ฟวันหยุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เนื่องจาก ปริมาณความต้องการนั้นอยู่ในระดับที่สูงมานานแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่บรรดาเหล่านักกอล์ฟ อโกด้าจึงขอนำเสนอรายชื่อ10 สุดยอดโรงแรมที่ไม่ควรพลาดการไปเยือน

10 อันดับโรงแรมกอล์ฟชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอโกด้า ได้แก่

1. Laguna Phuket Golf Club, ภูเก็ต (ประเทศไทย)

Laguna Phuket Golf Club ได้รับการกล่าวขานในสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับว่าเป็นกอล์ฟ รีสอร์ท ชั้นนำแห่งหนึ่งของเอเชีย โดยตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์รวมรีสอร์ทติดทะเลสาบ ประกอบไปด้วยโรงแรมหรู 5 แห่ง (Sheraton, Dusit Thani, Banyan Tree, Laguna Beach Resort และ Allamanda) สนามกอล์ฟ 18 หลุม พาร์ 71 ของโรงแรมออกแบบโดยแม็กซ์ เวกซ์เลอร์กับเดวิด อาเบลล์ และจะสร้างความพึงพอใจให้แก่นักกอล์ฟทุกระดับ นอกจากนี้ สนามยังเต็มไปด้วยความท้าทาย เมื่อ 13 จาก 18 หลุมตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ นักกอล์ฟจึงจะได้สนุกไปกับการตี แล้วลุ้นให้ลูก ข้ามน้ำ หลังจากเสร็จสิ้นการออกรอบ ก็ถึงเวลาพักผ่อนหย่อนใจกับสปาของ Banyan Tree ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก

2. Le Meridien Nirwana Golf & Spa Resort, บาหลี (ประเทศอินโดนีเซีย)

โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ซึ่งให้ทิวทัศน์ของมหาสมุทรอินเดีย พร้อมด้วยสนามกอล์ฟและสปาระดับโลก สนามกอล์ฟ 18 หลุมที่ Meridien Nirwana Golf & Spa Resort ออกแบบโดยเกร็ก นอร์แมน นักกอล์ฟในตำนาน และปรากฏโฉมบนสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีลำธาร บ่อน้ำ พื้นที่ขั้นบันได รวมถึงบริเวณซึ่งติดกับทะเลที่ช่วยสร้างความท้าทายให้กับสนาม หลังจากการออกรอบ นักกอล์ฟจะได้ผ่อนคลายที่สปาของ Meridien Nirwana ซึ่งผสมผสานการใช้ผลิตภัณฑ์ของตะวันตกเข้ากับหลักปรัชญาฮินดูของชาวบาหลี

3. Novotel Ocean Dunes and Golf Resort, ฟานเถียต (ประเทศเวียดนาม)

โรงแรมระดับ 4 ดาว Novotel Ocean Dunes and Golf Resort ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวห่างจากโฮจิมินห์ ซิตี้ เพียง 3 ชั่วโมง และเป็นโรงแรมระดับนานาชาติแห่งแรกที่สร้างขึ้นในเวียดนาม สนามกอล์ฟ Ocean Dunes พาร์ 72 ออกแบบโดยนิค ฟัลโด้ ถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สนามกอล์ฟชั้นนำในเอเชีย สนามจะดึงดูดทั้งนักกอล์ฟ ผู้ช่ำชองและนักกอล์ฟมือสมัครเล่นให้เข้ามาสัมผัส ที่สำคัญ ลมชายฝั่งยังจะนำความท้าทายมาสู่แต่ละหลุมอีกด้วย สปาของที่นี่มีห้องซาวน่าและอ่างจากุซซี่ส่วนตัวไว้บริการผู้เข้าพักหลังจากเสร็จสิ้นการตีกอล์ฟ หรือ ลูกค้าอาจใช้บริการนวดก่อนออกรอบ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและปรับวงสวิงให้ดียิ่งขึ้น

4. Kirimaya Golf Resort & Spa, เขาใหญ่ (ประเทศไทย)

Kirimaya Golf Resort & Spa มีห้องพักร่วมสมัยที่พร้อมให้บริการ และเป็นสถานที่พักผ่อนที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการตีกอล์ฟในวันหยุด สนามกอล์ฟ 18 หลุมของโรงแรมระดับ 3 ดาวแห่งนี้ออกแบบโดยนักกอล์ฟในตำนานอย่าง แจ็ค นิคลอส และตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาและป่าไม้ของเขาใหญ่ ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินไปกับการนวดและกิจกรรมสุขภาพอันหลากหลายที่ The Maya Spa นอกจากนี้ ยังสามารถผ่อนคลายภายในห้องของตนเองหลังจากการออกรอบหรือสำรวจภูมิประเทศอันสวยงาม

5. The Empire Hotel & Country Club, บันดาร์เสรีเบกาวัน (ประเทศบรูไน)

The Empire Hotel & Country Club โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มาพร้อมทิวทัศน์ของทะเลจีนใต้ สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา สระว่ายน้ำ 8 แห่ง และสนามกอล์ฟชั้นเลิศ โดยมีแจ็ค นิคลอส นักกอล์ฟชื่อดัง รับหน้าที่ออกแบบ ภายในสนามกอล์ฟ ประกอบด้วย เนิน แม่น้ำ แฟร์เวย์ที่แคบ บังเกอร์ขนาดใหญ่ และแสงไฟสำหรับการเล่นในยามค่ำคืน ที่สำคัญ ยังมีสปาซึ่งรวบรวมศาสตร์แห่งการบำบัดจากทั่วทุกมุมโลกไว้คอยบริการ เพื่อผ่อนคลายร่างกายและคืนชีวิตใหม่ให้กับผิว

6. Hornbill Golf & Jungle Club, ซาราวัก (ประเทศมาเลเซีย)

Hornbill Golf & Jungle Club ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขตร้อนที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก โดยอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร และอย่างที่ชื่อได้บอกไว้ สิ่งดึงดูดใจของที่นี่ คือ สนามกอล์ฟที่ออกแบบโดยนีล เครเตอร์ รวมไปถึงที่ราบสูงซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นสถานที่สุดยอดในการทดสอบทักษะกอล์ฟ และเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายใหม่ๆทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การจำกัดจำนวนผู้เข้าพักเพียง 60 คนต่อวันทำให้คุณดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัว และโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งนี้ยังคงมอบความผ่อนคลายและความกระปรี้กระเปร่าให้กับผู้เข้าพักอย่างเสมอมา ด้วยสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น สปา บริการนวดแบบดั้งเดิม และหลากหลายการทำทรีทเมนท์แบบธรรมชาติ

7. Bintan Lagoon Resort, เกาะบินตัน (ประเทศอินโดนีเซีย)

โรงแรมระดับ 4 ดาว Bintan Lagoon Resort ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนติดชายหาดขนาด 300 เฮกเตอร์ นำเสนอทางเลือกหลากหลายให้กับคุณ ผู้เข้าพักสามารถเดินทางจากสิงคโปร์มาที่นี่ด้วยเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง สนามกอล์ฟ 18 หลุมของแจ็ค นิคลอสและเอียน เบเกอร์-ฟินช์นั้น ก็ขึ้นชื่อในด้านการออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณไม่ได้สัมผัสกับ Bintan Spa เท่ากับว่าคุณมาไม่ถึง สปาแห่งนี้ ใช้วิธีดั้งเดิมผสมผสานกับส่วนผสมของธรรมชาติเพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์แห่งความผ่อนคลาย โดยมีให้เลือกทั้งการทำทรีทเมนท์ การขัดตัว และสปา แพ็คเกจ

8. Springfield Village Golf & Spa, หัวหิน/ชะอำ (ประเทศไทย)

ห้องพักและห้องสวีทที่หรูหราของ Springfield Village Golf & Spa ออกแบบให้กลมกลืนกับบรรยากาศรอบๆ โดยแต่ละห้องสามารถมองเห็นสนามกอล์ฟได้อย่างชัดเจน เหล่านักกอล์ฟจะได้สัมผัสกับความท้าทายของสนาม ที่แจ็ค นิคลอส เป็นผู้ออกแบบและปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีทีออฟ 5 แบบให้เลือกเล่น และระดับความยากต่างๆกัน นอกจากนี้ ยังมีศูนย์เรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาการเล่นของคุณแบบเป็นส่วนตัว ดังนั้น อย่าพลาดการมาเยือนโรงแรมระดับ 3 ดาวครึ่งแห่งนี้ เพื่อผ่อนคลายและคืนความสดใสให้กับตนเองการนวดหลากหลายรูปแบบและการทำทรีทเมนท์ชั้นยอด

9. Sentosa Resort & Spa, สิงคโปร์ (ประเทศสิงคโปร์)

โรงแรมระดับ 5 ดาว Sentosa Resort & Spa ตั้งอยู่บนยอดหน้าผาซึ่งมองออกไปเห็นทะเลจีนใต้ ห้องของโรงแรมทั้ง 21 ห้องครอบคลุมพื้นที่ 27 เอเคอร์ของป่าไม้เขตร้อน สำหรับผู้ที่ต้องการออกรอบ มีสนามกอล์ฟให้เลือกเล่นด้วยกัน 2 สนาม หนึ่งในนั้น คือสนามกอล์ฟ Sentosa ซึ่งใช้จัดการแข่งขัน บาร์คเลย์ สิงคโปร์ โอเพ่น และอีกสนามไว้บริการสำหรับนักการเมือง พระราชวงศ์ และเหล่าคนดัง รีสอร์ทแห่งนี้ยังมีสถานที่ขึ้นชื่ออย่าง Spa Botanica ภายในประกอบด้วยบ่อโคลนเดือด บ่อลอยตัว สถานที่ทำสมาธิ และอ่างอบไอน้ำสไตล์ตุรกี รวมถึงห้องทำทรีทเมนท์ในร่มและภายนอก

10. Sofitel Zhongshan Golf Resort, หนานจิง (ประเทศจีน)

Sofitel Zhongshan Golf Resort โรงแรมสไตล์โคโลเนียลระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บนเนินของภูเขา Purple Mountain ที่ขึ้นชื่อ ให้การต้อนรับด้วยห้องพักสูดหรู 140 ห้อง เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาพักผ่อนและนักธุรกิจที่เดินทางมายังหนานจิง รีสอร์ทแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นกอล์ฟรีสอร์ทชั้นหนึ่ง ระดับ 5 ดาวแห่งแรกที่เปิดให้บริการในหนานจิง สนามกอล์ฟทั้ง 27 หลุมได้รับการออกแบบโดยแกรี่ เพลย์เยอร์ นอกจากนี้ ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสกับความรื่นรมย์ของสปาที่นำเสนอการนวดและทรีทเมนท์หลากหลายรูปแบบ ที่ช่วยให้ความสบายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

ดินเนอร์หรูในมุมสูงที่ภัตตาคารหูท่ง ฮ่องกง

ดินเนอร์หรูในมุมสูงที่ภัตตาคารหูท่ง ฮ่องกง

หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของฮ่องกงก็คือความงดงามของเส้นขอบฟ้าที่ไกลสุดสายตา ซึ่งคุณจะสังเกตเห็นได้ทันทีที่เครื่องบินของคุณร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวล ภาพของตึกระฟ้าที่มีภูเขาโอบล้อมอยู่ด้านหนึ่ง และอ่าววิคตอเรียอีกด้านหนึ่งก่อให้เกิดความงามจนสุดจะบรรยายขนาดที่เหล่านักกินทั้งหลายต่างพากันสงสัยว่า “ฉันจะดื่มด่ำกับความงามของวิวไปพร้อม ๆ กับการกินอาหารรสเลิศได้ยังไงกัน”


มีคำตอบทั้งอย่างถูกและอย่างแพง แต่เราจะพูดถึงเฉพาะอย่างหลังเท่านั้น นั่นหมายถึงดินเนอร์หรูที่ภัตตาคารบนตึกสูงในฮ่องกงที่มีอยู่เต็มไปหมด และเพื่อให้คุณได้พบกับวิวที่คุณต้องการจะชื่นชมจนหยดสุดท้าย เราขอแนะนำที่ที่เจ๋งที่สุดแห่งหนึ่งชื่อภัตตาคารหูท่งซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 1 ถนนปักกิ่งในย่านจิมซาจุ่ย จะบอกให้ว่าคุณจะประทับใจกับบรรยากาศสุดแสนคลาสสิก ไวน์ชั้นดี และวิวยามค่ำคืนมากกว่าอาหารเสียอีก (ถึงแม้ว่าคุณจะต้องจ่ายแพงเอาการอยู่)


ถ้าโชคดีหน่อยคุณอาจจะได้นั่งโต๊ะติดริมกระจกที่จะมองเห็นวิวที่แสนวิเศษของเกาะฮ่องกง ผืนน้ำและแสงไฟนีออนระยิบระยับที่อยู่ตามตึกรามบ้านช่อง ที่หูท่งนี่เขาเปิดไฟสลัวเป็นที่สุดเพื่อขับเน้นให้วิวยามค่ำคืนโดดเด่นขึ้นมา ก็เลยทำให้อาหารทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟนั้นดูไม่ออกว่าเป็นอะไร ยกเว้นเป็ดปักกิ่งที่เสิร์ฟมาทั้งตัวนั่นแหละ เป็นใครก็คงไม่พลาดที่จะตักเจอเนื้อเป็ดตัวอ้วน ๆ ตัวนั้น ส่วนอาหารจานอื่น ๆ ก็มีผักลวกซึ่งธรรมดามาก ๆ อ้อ! แล้วก็ยังมีชาดอกบัวหรือตะไคร้อะไรสักอย่างที่รสชาติหวาน ๆ แต่ดื่มแล้วสดชื่นดีอีกด้วย


ส่วนการตกแต่งภายในก็ถือเป็นจุดขายหลักของภัตตาคารหูท่งเลยทีเดียว ที่นี่เน้นโทนสีเลือดหมูและประดับประดาด้วยไม้แกะสลักแลดูคลาสสิก แถมคุณยังจะละลานตากับของเก่าหลายชิ้นที่ตั้งโชว์ไว้อีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้อาจจะทำให้คุณนึกอยากจะตกแต่งที่พักของคุณใหม่ตามแบบ Chinoiserie นี้กันเลยละ และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้นั่งติดริมกระจกก็ไม่เป็นไร แต่ขอแนะนำว่าบริเวณที่ดีที่สุดก็คือมุมส่วนตัวซึ่งเหมาะมากสำหรับการดื่มสังสรรค์กับก๊วนเพื่อนสนิทของคุณ รับรองว่าคุณจะได้เพลิดเพลินกับดินเนอร์สุดหรูไปพร้อม ๆ กับจินตนาการสุดบรรเจิดอย่างเต็มที่เชียวละ

บริการการบิน


เที่ยวบินราคาถูกที่สุดในโลก
enlargeถ้าใครติดตามข่าวคราวในเรื่องนี้ คงได้ยินเรื่องสายการบินAir Asia ของมาเลเซียมาทำธุรกิจการบินในประเทศไทย โดยมีกลุ่มชินคอร์ป
ถือหุ้น 40 % ข่าวนี้มาเป็นระยะๆในราวต้นปี 2547 จากนั้นไม่นาน
ก็ปรากฏความชัดเจนมากขึ้น ว่าคนไทยจะนั่งเครื่องบินราคาถูกในอีก
ไม่กี่วันนี้ ราคาอาจจะเพียงครึ่งหนึ่งของสายการบินไทย เป็นราคาแบบ
ประหยัดที่เรียกว่า Low cost ไม่มีการบริการต่างๆบนเครื่องบิน เช่น
อาหาร น้ำชากาแฟ เหมือนที่เคยได้รับบริการจากสายการบินอื่น
บ้างก็ว่าดีที่คนไทยถูกสายภายในประเทศผูกขาดกันมานาน ต่อไป
จะได้มีการแข่งขันราคากันมากขึ้น
ยังไม่ทันได้รู้รายละเอียดเรื่องนี้กันมากนัก ก็มีโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆว่า แอร์เอเชียเปิดเที่ยวบินแล้ว
เป็นเที่ยวปฐมฤกษ์ราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ด้วยค่าเดินทางที่ถูกมาก เพียงเที่ยวละ 99 บาท เป็นอัตราเดียวที่ไป
ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือจังหวัดอื่นที่มีสนามบินลง
ข่าวนี้ออกมาครั้งแรกก็งงกันใหญ่ บ้างก็ว่าเป็นหลักการตลาด ที่มักใช้กลยุทธด้านราคาเพื่อให้เกิดการฮือฮา หวือหวา
เป็นการ โปรโมทสายการบินน้องใหม่ บ้างก็ว่าราคาถูกแต่น่าจะมีเงื่อนไขอื่นๆด้วย
ใครได้ยินก็ไม่ค่อยเชื่อนัก เพราะราคาขนาดนี้ อมพระมาพูดก็คงจะไม่มีใครเชื่ออยู่ดี ว่าเป็นไปได้ยังไง
ผมก็คงเหมือนหลายๆคนที่ไม่ค่อยรู้ในรายละเอียดนัก คิดในใจว่า 99 บาท น่าจะเป็นเครื่องล่อให้ติดตามภาคต่อๆไป
มากกว่า แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันกลายเป็นเรื่องจริง ใครไม่เชื่อก็ต้องขยี้ตากันหลายครั้งว่าราคานี้ ไม่ได้โม้เหมือนสมรักษ์
แน่นอน
“พี่จะไปหรือเปล่า ภูเก็ต 99 บาท เชียงใหม่ 99 บาท บวกค่าภาษีสนามบิน อีก 150 บาทรวมเป็น 245 บาท
บวก vat 7 % ก็ตก สองห้าสิบกว่าบาท ถ้าพี่จะไปหนูจะจองให้พี่เลย เอาเปล่า ”
เสียงเจ้าผึ้งน้องสาวคนสวย (ของคนอื่น) เจื่อยแจ้วออกปากเชิญชวน ในขณะที่เปิดคอมเข้าเวปไซต์ของสายการบินนี้

“เฮ้ย... เป็นไปได้ไง “ ผมตอบไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เชื่อ
“จริงๆนะพี่ ราคานี้จริงๆ หนูไม่ได้โกหก พี่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์หรือเปล่า“
เจ้าผึ้งแสดงสีหน้าค่อนข้างจริงจัง ไม่ได้ตีสีหน้ายิ้มๆเหมือนเรื่องอื่นๆที่เคย อำ เราอยู่เป็นประจำ
“ พี่ดูนี่ซิ นี่ไง เค้าดูเที่ยวบินผ่านเวปไซต์ได้เลย เที่ยวไหนว่าง เที่ยวไหนเต็ม ดูได้เลย คนจองกันเยอะละนะ...”
” พี่มีบัตรวีซ่าหรือเปล่า ใช้บัตรตัดบัญชีแทนการจ่ายเงิน”
”หนูไม่มีบัตรวีซ่าเลยจองไม่ได้” http://www.photoontour.com/Articles_HTML/AirAsia99B/Air_Asia99B.htm

ยินดีตอนรับ

ยินดีตอนรับเข้าสู้ blogger ของ วุฒธินันท์ แสงจัทร์ blogger นี้ สร้างขึ้นไว้เพื่อประกอบการเรียน รายวิชา อินเตอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน